3 หลักการศาสตร์ชีวิต ว่าด้วยตัวเอง หรือเรียนรู้ว่าทำอย่างไรเราจึงจะมีชีวิตที่มีคุณภาพ มีความสุข

สิ่งที่ทำให้ผมตั้งใจที่จะต้องเปลี่ยนชีวิตตัวเองขนานใหญ่ บังเกิดในช่วงเรียนจบแล้วประมาณ 4 ปี ช่วงนั้นผมก็ใช้ชีวิตกลางวันทำงาน กลางคืนเที่ยวเตร่ กินเหล้าเมายาตามประสาวิศวกรหนุ่มโสดทั่วไป ทำให้เห็นคนชอบเที่ยว ชอบเมาแทบทุกคืน ดีกว่าสมัยเป็นนักศึกษาหน่อย ตรงที่ตอนโตแล้วไม่ถึงขนาดสร้างวีรกรรมไว้ต่างๆ นานา จนต้องออกตามหา อย่างบางคนก็ไปนอนตามแผงผักที่ตลาด บางคนไปเจอที่ป้ายรถเมล์ บางคนก็ไปเจอที่ม้านั่งในโรงอาหาร ที่หอพักบ้าง 2. พอคิดถึงเรื่องราวเหล่านี้แล้ว ทำเอาผมก็อดคิดไปไม่ได้ว่า ปกติพวกเราก็เมาชีวิตอยู่แล้ว เพราะเหตุใดเรายังจะกินเหล้ากันให้เมาเข้าไปอีก ยิ่งทำให้เมาในเมา ยิ่งทำให้ หลงทาง เข้าไปกันใหญ่ เลยเป็นที่มา เป็นเหตุให้ตั้งคำถามเกี่ยวกับตัวเองขึ้นมาว่า ชีวิตคนเรา มีอะไรเป็นเป้าหมายกันแน่? แล้วเราจะพัฒนาตนเองอย่างไร เพื่อให้บรรลุเป้าหมายของชีวิต เราเรียนอะไรมาตั้งมากมาย มนุษย์เราสามารถหาความรู้ในศาสตร์ต่างๆ ในโลกได้มหาศาล อย่างไรก็ดีเรากลับไม่ได้เรียนรู้เรื่องเกี่ยวกับตัวเอง เป็นพิเศษความรู้เรื่องเกี่ยวกับจิตใจ 3. เพื่อนหลายคนยิ่งทำงานยิ่งเครียด ยิ่งรวยยิ่งเครียด เรามักได้ยินคนพูดกันว่า สุข-ทุกข์อยู่ที่ใจ อย่างไรก็ตามเราก็พบว่าแม้แต่คนพูดก็ยังถูกความทุกข์เล่นงานเอา ทำให้เกิดแรงบันดาลใจว่า เราจะต้องศึกษาหาความรู้เรื่องชีวิตของคนเราให้ได้ด้วย พร้อมกับถ้าไม่ถูกความทุกข์เล่นงานเหมือนอย่างคนทั่วไปก็จะดี ในยุคนี้ยังดีที่เรามีการศึกษา ค้นคว้าศาสตร์ในเรื่องของจิตใจอย่างเป็นเหตุเป็นผล เป็นวิทยาศาสตร์เพิ่มพูน กับแสวงหาความรู้ได้ง่ายขึ้น หลากหลายกว้างขวางขึ้น แต่ความรู้ที่เกิดจากการศึกษาตำรา ไม่ใช่หรือฟังจากครูบาอาจารย์ เป็นเพียงความรู้ที่เราเข้าใจ จำได้… Continue reading 3 หลักการศาสตร์ชีวิต ว่าด้วยตัวเอง หรือเรียนรู้ว่าทำอย่างไรเราจึงจะมีชีวิตที่มีคุณภาพ มีความสุข

เด็กสูญเสียความสนใจในวิชาทำให้ต้องเรียนพิเศษ

เป้าหมายของการเรียนพิเศษนั้นคือ เพราะว่าไม่ให้ลูกคุณต้องเรียนพิเศษอีกครั้งในอนาคต เหตุผลที่สองคือ เด็กอาจต้องการการเติมเต็มประสิทธิภาพที่เขามีในตัวและต้องการการฝึกหัดแบบพิเศษประมาณ 2-3 เดือนก่อนที่จะมีการสอบครั้งใหญ่ เป้าประสงค์ของผู้สอนพิเศษนั้น ก็เพื่อช่วยให้เด็กสามารถรวบรวมความรู้และตอบคำถามใด ๆ ก็ได้ที่เขาฝึกฝนมาในช่วงที่มีการเรียนพิเศษ สอบถามตัวเองว่าเรียนอย่างไรถึงจะสนุก? กุญแจสำคัญเป็น การสอนแบบไม่ต้องเตรียมตัวก่อน และหาอะไรก็ได้ที่คุณหาได้เป็นเครื่องมือและทำให้การเรียนนั้นสนุก คุณอาจทำกระดาษสีติดรูปเพื่อสอนคำภาษาอังกฤษให้กับลูก พิมพ์ชาร์ตตารางเพื่อให้จำง่าย ใช้การต่อจิ๊กซอเพื่อเรียนรู้การสะกดคำ หรือใช้ไม้ไอศครีมสีสันเพื่อช่วยให้เด็กเล็ก ๆ สามารถเห็นปัญหาโจทย์คณิตศาสตร์ได้ ติวคณิตศาสตร์ มีอีกหลายวิธีแล้วแต่จินตนาการของคุณเลย นอกจาก โอกาสอันควรในการเรียนรู้มีอยู่ทุกหนทุกแห่ง ดังนั้นอย่าจำกัดการเรียนรู้ของลูกคุณเฉพาะที่บ้าน ลองค้นหาสถานที่เสริมความรู้ต่าง ๆ ในกรุงเทพฯหรือตามจังหวัดต่าง ๆ สถานที่ที่จะให้ลูกคุณได้เรียนรู้ไปพร้อมกับการสร้างความสนุกเพื่อก้าวหน้าการเรียนรู้ของเขานั่นเอง